นี้คือ จุดเริ่มต้นของความสำเร็จ แห่งอนาคต ธุรกิจนี้ เป็นธุรกิจแห่งโอกาส ธุรกิจนี้ เปรียบเสมือนโรงเรียนเตรียมเถ้าแก่ ธุรกิจนี้ เป็นธุรกิจแห่งอนาคต ธุรกิจนี้ เป็นธุรกิจแห่งอิสรภาพ ธุรกิจนี้ เป็นธุรกิจการตลาดแบบใหม่แห่งอนาคต ธุรกิจนี้ เป็นธุรกิจของการกระจายรายได้สู่รากหญ้า เพราะนี้คือธุรกิจแห่งโอกาสที่ดีในอนาคต

สร้างธุรกิจ สร้างรายได้

ขอแนะนำธุรกิจน้องใหม่ไฟแรง กับ บริษัท คิงส์ เฮิร์บ เวิลด์
1999 จำกัด



แม้จะเปิดทำตลาดมาได้ไม่นานนักแต่วันนี้ชื่อ  คิงส์เฮิร์บได้ รับการตอบรับจากตลาดอย่างกว้างขวาง ด้วยผลิตภัณฑ์ที่ตรงกับความต้องการของผู้บริโภค และการกล้าตัดสินใจรุกตลาดของผู้บริหาร ล่าสุด คุณปพน ลิ้มธำรงค์กุล ประธานกรรมการ บริษัท คิงส์เฮิร์บ เวิล์ด 1999 จำกัด ได้เปิดให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนพร้อมกับการเปิดตัว สมบัติ เมทะนีพรีเซ็นเตอร์ของบริษัท

คุณปพน ลิ้มธำรงค์กุล ประธานกรรมการ บริษัท คิงส์เฮิร์บ เวิล์ด 1999 จำกัด กล่าวว่าบริษัทเปิดมาเป็นระยะเวลากว่า 2 ปี ในขณะเดียวกันช่วงครึ่งปีแรกบริษัทเองก็มีการเจริญเติบโตในระดับที่ค่อนข้างที่จะเรียกว่าเป็นที่น่าพอใจ ซึ่งมียอดขายมากกว่า 100 ล้านบาท และ ในปีที่สองบริษัทก็มีการจัดงานเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมาก็มียอดขายอยู่ที่ระดับ 400 กว่าล้านบาท ซึ่งถือว่าเป็นการเติบโตที่ดีมาก และในวันนี้เราเริ่มก้าวเข้าสู่ปีที่ 3 ในช่วงปีที่ 3 ครึ่งปีแรกที่ผ่านมาบริษัทเองก็มียอดการเติบโตอยู่ที่ประมาณเฉลี่ยเดือนละ 25-30 ล้านบาท





เป้าหมายในการตลาดมีทั้งหมด 3 เรื่องคือ
1.จะพัฒนาในส่วนของบริษัทให้มีการเจริญเติบโตมากขึ้น

2.เกี่ยว กับการพัฒนาภายในของบริษัท คือการเตรียมความพร้อมที่จะรองรับการเจริญเติบโตมากกว่านี้นั้นคือจะเป็น พนักงานของเราเองก็ดี สถานที่ก็ดี หรือว่าอาจจะเป็นเรื่องของอุปกรณ์เครื่องมือในส่วนของเว็บไซต์ต่างๆ นั่นคือจุดที่บริษัทจะพัฒนาเพิ่มขึ้นให้ดีกว่าเดิม

3.บริษัท จะมีการพัฒนาเรื่องของการจัดฝึก อบรม เพื่อให้สมาชิกเป็นมืออาชีพมากขึ้น ให้รู้เรื่องของระบบธุรกิจการขายตรงมากขึ้น และอีกส่วนหนึ่งก็คือบริษัทจะมีการจัดแคมเปญ

เรื่องของการท่องเที่ยว ซึ่งภายในต้นเดือนหน้านี้จะมีการจัดทัวร์ 3 จังหวัด ทางภาคใต้ คือ ภูเก็ต กระบี่ และพังงา ซึ่งเป็นโปรโมชั่นที่มีการจัดให้กับสมาชิกและต่อไปจะเป็นเรื่องการท่อง เที่ยวต่างประเทศหรือประเทศใกล้เคียง ซึ่งมีการวางแผนแนวทางการตลาดเอาไว้แล้ว

    สำหรับงบลงทุนในการพัฒนาในเชิงกลยุทธ์การตลาดนั้น บริษัทจะใช้งบลงทุนประมาณ 10 ล้านบาท ในการพัฒนาระบบทั้งหมด แต่ไม่เกี่ยวกับการออกสินค้าใหม่

     เพราะฉะนั้นในครึ่งปีนี้หลังนี้บริษัทมีการคาดหมายไว้ว่ายอดขายต่อเดือนจะอยู่ที่ประมาณ 30-40 ล้าน บาท ดังนั้นการก้าวเข้าสู่เป้าหมายต่อไป บริษัทจะมีการคิดค้นหรือวิจัยในเรื่องของผลิตภัณฑ์ตัวอื่นเพิ่มมากขึ้น และสิ่งที่สำคัญที่สุดจะมีการสื่อประชาสัมพันธ์ ไม่ว่าจะเป็นสื่อสิ่งพิมพ์ สื่อทางทีวี วันนี้เราจึงได้รับเกียรติจากคุณสมบัติ เมทะนี ให้เกียรติมาเป็นพรีเซ็นเตอร์ ของบริษัท คิงส์เฮิร์บ มาร์เก็ตติ้ง จำกัด เพราะว่าคุณสมบัติ เมทะนี ก็ได้รับประทานผลิตภัณฑ์ของบริษัทเช่นกัน

   สำหรับผลิตภัณฑ์ของบริษัทตัวใหม่ที่จะเข้ามาส่งเสริมการตลาดในช่วงครึ่งปีหลังนั้น คือผลิตภัณฑ์ลดน้ำหนัก ภายใต้ชื่อ เลดี้ เสลน Lady Slend และแมนสมาร์ท Man Smart สองตัวนี้ดีอย่างไร ตอบได้เลยว่าไม่มีใครอยากมีหุ่นที่อ้วน และผลิตภัณฑ์ Lady Slend และ Man Smart นี้มีการขึ้นทะเบียนจากกระทรวงสาธารณสุขอย่างถูกต้อง

             ขณะ เดียวกัน บริษัทมองว่าจุดที่จะเติบโตในอนาคตคงเป็นตลาดต่างประเทศ ในลักษณะที่สมาชิกเป็นตัวแทนในการจัดจำหน่ายเอง ซึ่งคิดว่าจะได้เห็นในเร็วๆ นี้ จากที่ขณะนี้สมาชิกของบริษัทมีการส่งออกไปแล้วคือญี่ปุ่นและออสเตรเลีย โดยสมาชิกส่งไปให้เพื่อนเพื่อที่จะกระจายสินค้าต่อเป็นตามจุดเล็กๆ น้อยๆ ก่อน

           “จริงๆ แล้วตลาดต่างประเทศถามว่าเรารอเรื่องอะไร ตอบได้ว่า ไม่ได้รออะไร แต่จริงๆแล้วสินค้าเพิ่งออกมา ก็เลยมองว่า จะมุ่งเน้นที่คนไทยมากกว่า เพราะว่าการสร้างผลิตภัณฑ์ขึ้น มานั้นก็เพื่อคนไทย เพื่อให้คนไทยมีสุขภาพที่ดี

            สำหรับในเมืองไทยในวันนี้เรามีศูนย์กระจายสินค้าของสมาชิกอยู่จำนวน 425 จุด ในแต่ละอำเภอ ซึ่งขณะนี้มีผู้บริโภคให้ความสนใจมาก และมีการอนุมัติในการให้สมาชิกเปิดศูนย์กระจายสินค้าทุกวัน ซึ่งแต่ละศูนย์นั้นจะใช้งบลงทุนประมาณ 60,000 บาท ขณะที่สาขาของบริษัทที่ลงทุนเองนั้นปัจจุบันมีอยู่จำนวน 2 สาขาด้วยกันคือที่กรุงเทพฯ คือสำนักงานใหญ่และที่จังหวัดขอนแก่น

        นอก จากนี้ บริษัทจะมีการลงทุนในส่วนของสาขา ซึ่งเป็นของบริษัทเองคือที่ เชียงใหม่ สงขลา ที่อำเภอหาดใหญ่ และพิษณุโลก อีกด้วย ซึ่งบริษัทคาดว่าจะใช้งบลงทุนประมาณ 2,000,000 ล้านบาทต่อสาขา ส่วนงบลงทุนที่จะสต็อกสินค้าคงอยู่ที่ประมาณ 10 กว่า ล้านบาทต่อสาขา อย่างไรก็ดีบริษัทไม่มีนโยบายที่จะมุ่งเน้นการการเปิดสาขาของบริษัทเอง แต่บริษัทจะมุ่งเน้นให้สมาชิกเป็นผู้เปิดศูนย์กระจายสินค้าเพื่อเป็นการส่ง เสริมให้สมาชิกมีรายได้มากขึ้น

          ส่วนจำนวนสินค้าของบริษัทสามารถที่จะแบ่งออกได้จำนวน 4 กลุ่มคือ สินค้ากลุ่มสุขภาพ กลุ่มควบคุมน้ำหนัก กลุ่มกาแฟ และกลุ่มเครื่องสำอาง เป็นต้น ขณะที่ปัจจุบันบริษัทมียอดขายสินค้า คอลดาต้าประมาณ 100,000 ขวดต่อเดือน ส่วนยอดสมาชิกขณะนี้บริษัทมียอดสมาชิกอยู่ที่ 120,000 ราย และมียอดสมาชิกเข้ามาเฉลี่ยต่อเดือน 12,000-20,000 ราย จากช่วงแรก ประมาณ 3,000-4,000 รายต่อเดือน

วิทยุออนไลน์